เครื่องเขียน คู่มือที่ใช้ได้จริง
งานเรซิน

วิธีใช้โฟมบอลเป็นแกนกลางในงานเรซิ่น: ขั้นตอนการสร้างชิ้นงานสวยงามและประหยัดเรซิ่น

เรียนรู้วิธีใช้โฟมบอลเป็นแกนกลางในงานเรซิ่นอย่างละเอียด ช่วยประหยัดน้ำยาเรซิ่น ลดน้ำหนักชิ้นงาน พร้อมเทคนิคเคลือบผิวกันฟองอากาศและการตรึงแกนกลางให้ได้ผลงานสวยงามระดับมืออาชีพ

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การสร้างสรรค์ชิ้นงานเรซิ่นขนาดใหญ่ เช่น ทับกระดาษทรงกลม โมเดลตกแต่ง หรือของประดับบ้าน มักต้องเผชิญกับความท้าทายเรื่องต้นทุนและน้ำหนักของชิ้นงาน การใช้โฟมบอล (styrofoam balls) เป็นแกนกลางด้านในจึงเป็นเทคนิคยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดปริมาณน้ำยาเรซิ่นราคาแพงได้มากกว่าครึ่ง แต่ยังช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของชิ้นงาน ทำให้พกพาหรือจัดวางได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การลดปริมาตรเรซิ่นที่ต้องเทในครั้งเดียวช่วยควบคุมความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเซตตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ชิ้นงานแตกร้าวหรือบิดเบี้ยว

อย่างไรก็ตาม การทำงานร่วมกันระหว่างโฟมและเรซิ่นจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในคุณสมบัติของวัสดุทั้งสองชนิด เนื่องจากโฟมเป็นวัสดุที่ไวต่อสารเคมีและอุณหภูมิสูง หากขาดการเตรียมตัวที่ดี โฟมบอลอาจละลาย ยุบตัว หรือปล่อยฟองอากาศจำนวนมหาศาลออกมาทำลายความใสสะอาดของเรซิ่นได้ การเรียนรู้ขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกประเภทเรซิ่น การเคลือบปิดผิว ไปจนถึงเทคนิคการยึดแกนกลางให้อยู่กับที่ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้ชิ้นงานที่สวยงามประณีตระดับมืออาชีพโดยไม่สูญเสียวัสดุไปอย่างเปล่าประโยชน์

การเลือกชนิดเรซิ่นและการเตรียมโฟมบอล

การเริ่มต้นงานประดิษฐ์ประเภทนี้อย่างราบรื่นขึ้นอยู่กับการเลือกประเภทของเรซิ่นที่เหมาะสมกับโฟมบอล (styrofoam balls) เป็นอันดับแรก โฟมโพลีสไตรีนขยายตัว (EPS) ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้น มีโครงสร้างโมเลกุลที่อ่อนไหวต่อตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดเป็นอย่างมาก หากคุณเลือกใช้โพลีเอสเตอร์เรซิ่น (Polyester resin) หรือเรซิ่นสำหรับงานไฟเบอร์กลาสทั่วไป สารสไตรีนมอนอเมอร์ที่เป็นส่วนผสมหลักจะเข้าทำปฏิกิริยากัดกร่อนและละลายโฟมบอลให้กลายเป็นของเหลวหนืดในทันที แม้แต่ยูวีเรซิ่น (UV resin) บางประเภทที่มีความเข้มข้นสูงก็อาจทำให้ผิวโฟมบิดเบี้ยวจากความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้เช่นกัน

สินค้าที่กล่าวถึงในคู่มือนี้

โฟมกลม โฟมทรงกลม โฟมบอล โฟมกลมบอล ขนาด1/2/3/4/5/6/7/8/9/10/12นิ้ว
No Brand โฟมกลม โฟมทรงกลม โฟมบอล โฟมกลมบอล ขนาด1/2/3/4/5/6/7/8/9/10/12นิ้ว ฿28.00 ดูสินค้า →
⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 6-12 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง
No Brand ⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 6-12 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง ฿140.00฿600.00 ดูสินค้า →
โฟมลูกบอล โฟมกลม โฟมบอล แน่นไม่กลวง
No Brand โฟมลูกบอล โฟมกลม โฟมบอล แน่นไม่กลวง ฿32.00 ดูสินค้า →
⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 1-5 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง
No Brand ⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 1-5 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง ฿15.00฿48.00 ดูสินค้า →
⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 1-5 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง
No Brand ⚡ส่งด่วน⚡ โฟมกลม โฟมบอล (แพ็คใส่กล่อง) ขนาด 1-5 นิ้ว โฟมลูกบอลเนื้อแน่นไม่กลวง ฿19.00฿90.00 ดูสินค้า →
24Hr โฟมกลม เนื้อแน่นไม่กลวง ลูกบอลโฟม โฟมลูกบอล โฟมทรงกลม โฟมปักดอกไม้ DIY โฟมก้อน โฟมขาว โฟมงานปัก โฟมโมเดล
No Brand 24Hr โฟมกลม เนื้อแน่นไม่กลวง ลูกบอลโฟม โฟมลูกบอล โฟมทรงกลม โฟมปักดอกไม้ DIY โฟมก้อน โฟมขาว โฟมงานปัก โฟมโมเดล ฿12.00฿30.00 ดูสินค้า →
24Hr โฟมกลม เนื้อแน่นไม่กลวง ขนาด1-5ซม (foam circle) โฟมลูกบอล โฟมทรงกลม โฟมปักดอกไม้ โฟมก้อน โฟมขาว โฟมงานปัก โฟมโมเดล
No Brand 24Hr โฟมกลม เนื้อแน่นไม่กลวง ขนาด1-5ซม (foam circle) โฟมลูกบอล โฟมทรงกลม โฟมปักดอกไม้ โฟมก้อน โฟมขาว โฟมงานปัก โฟมโมเดล ฿5.00฿6.00 ดูสินค้า →
SUNANNE สีขาวขาว ลูกโฟม มินิมินิ กลมกลมๆ ลูกบอลคริสต์มาส งานฝีมืองานประดิษฐ์ โพลีสไตรีน เครื่องประดับคริสมาสต์ คริสมาสต์
No Brand SUNANNE สีขาวขาว ลูกโฟม มินิมินิ กลมกลมๆ ลูกบอลคริสต์มาส งานฝีมืองานประดิษฐ์ โพลีสไตรีน เครื่องประดับคริสมาสต์ คริสมาสต์ ฿64.02฿112.00 ดูสินค้า →

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดในหน้าสินค้า

อีพ็อกซี่เรซิ่น (Epoxy resin) จึงเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับงานประเภทนี้ เนื่องจากอีพ็อกซี่เรซิ่นส่วนใหญ่ไม่มีตัวทำละลายที่รุนแรงต่อพลาสติกกลุ่มโพลีสไตรีน อย่างไรก็ตาม คุณยังคงต้องตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตบนฉลากผลิตภัณฑ์และเอกสารความปลอดภัยอย่างละเอียดเสมอ เพื่อยืนยันว่าไม่มีสารเติมแต่งที่ส่งผลเสียต่อโฟม ก่อนที่จะเริ่มใช้งานจริงกับชิ้นงานหลัก ขอแนะนำให้ทำการทดสอบความเข้ากันได้ของวัสดุในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยลองผสมเรซิ่นปริมาณเล็กน้อยแล้วหยดลงบนเศษโฟมบอลที่เหลือใช้ ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมงเพื่อสังเกตปฏิกิริยาเคมี การหดตัว หรือรอยบุบสลายที่อาจเกิดขึ้น

นอกเหนือจากเรื่องเคมีแล้ว การเลือกขนาดของโฟมบอลให้สัมพันธ์กับแม่พิมพ์ซิลิโคนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน คุณจำเป็นต้องคำนวณระยะห่างระหว่างผิวโฟมบอลกับขอบแม่พิมพ์ให้เหมาะสม โดยทั่วไปควรเว้นช่องว่างสำหรับเนื้อเรซิ่นอย่างน้อย 5 ถึง 10 มิลลิเมตรโดยรอบ เพื่อให้เรซิ่นไหลเข้าไปเคลือบได้อย่างทั่วถึงและมีความหนาเพียงพอที่จะสร้างความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง หากช่องว่างแคบเกินไป ชั้นเรซิ่นภายนอกจะบางและแตกหักได้ง่าย อีกทั้งยังมีโอกาสสูงที่ผิวโฟมจะโผล่พ้นขึ้นมาในขั้นตอนการขัดแต่งผิวงานในภายหลัง

การเคลือบผิวโฟมและเทคนิคการตรึงแกนกลาง

ปัญหาใหญ่ที่ผู้ทำงานเรซิ่นมักพบเมื่อใส่โฟมบอลลงไปคือการเกิดฟองอากาศจำนวนมากรอบๆ ตัวโฟม เนื่องจากโครงสร้างภายในของโฟมบอลประกอบไปด้วยช่องว่างอากาศขนาดเล็กนับล้านช่อง เมื่อเรซิ่นเริ่มเซตตัวและคายความร้อนออกมา อากาศที่อยู่ภายในโฟมจะขยายตัวและพยายามดันตัวออกมาด้านนอก เกิดเป็นฟองอากาศเกาะแน่นอยู่ตามผิวงาน วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำ “ซีลลิ่ง” (Sealing) หรือการเคลือบปิดผิวโฟมเพื่อสร้างเกราะป้องกันไม่ให้อากาศเล็ดลอดออกมาได้

styrofoam balls

คุณสามารถใช้กาวลาเท็กซ์ขาวทั่วไป (PVA glue) หรือน้ำยาเคลือบสูตรน้ำอย่าง Mod Podge ในการทาเคลือบผิวโฟมบอลให้ทั่ว แนะนำให้ใช้แปรงขนอ่อนทาบางๆ เป็นจำนวน 2 ถึง 3 ชั้น โดยต้องปล่อยให้กาวในแต่ละชั้นแห้งสนิทก่อนจะทาทับในชั้นถัดไป การรีบร้อนทาทับในขณะที่ชั้นล่างยังชื้นอยู่จะกักเก็บความชื้นเอาไว้ภายใน ซึ่งความชื้นนี้จะทำปฏิกิริยากับเรซิ่นส่งผลให้เนื้อเรซิ่นบริเวณรอบโฟมมีลักษณะขุ่นมัวหรือไม่แข็งตัวตามปกติ เมื่อเคลือบจนครบทุกชั้นแล้ว ผิวของโฟมบอลควรจะมีลักษณะเรียบเนียนและไม่มีรูพรุนหลงเหลืออยู่

อีกหนึ่งความท้าทายคือแรงลอยตัวตามธรรมชาติ เนื่องจากโฟมบอลมีความหนาแน่นต่ำกว่าเรซิ่นเหลวอย่างมาก เมื่อคุณเทเรซิ่นลงไป โฟมจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำทันทีและหลุดออกจากตำแหน่งกึ่งกลางที่ต้องการ การตรึงแกนกลางให้อยู่กับที่จึงเป็นขั้นตอนที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ วิธีแรกที่ทำได้ง่ายคือการใช้ปืนกาวร้อนหยดกาวปริมาณเล็กน้อยที่ก้นแม่พิมพ์ซิลิโคน แล้วกดโฟมบอลลงไปเบาๆ เพื่อยึดติดไว้กับฐาน อย่างไรก็ตาม ต้องระวังไม่ใช้กาวที่ร้อนจนเกินไปเพราะอาจทำให้แม่พิมพ์เสียหายหรือทำให้โฟมละลายได้ และวิธีนี้จะจำกัดให้โฟมบอลอยู่ชิดขอบด้านล่างสุดของชิ้นงาน

หากต้องการให้โฟมบอลลอยอยู่กึ่งกลางชิ้นงานอย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้ใช้เทคนิคการเสียบแกนยึดชั่วคราว โดยใช้ไม้เสียบหรือลวดโลหะเส้นเล็กๆ เสียบเข้ากับโฟมบอล จากนั้นนำไม้ไปพาดไว้กับขอบบนของแม่พิมพ์หรือยึดไว้กับแท่นรองด้านนอกเพื่อพยุงให้โฟมบอลแขวนอยู่ตรงกลางอย่างพอดิบพอดี เมื่อเทเรซิ่นลงไปจนท่วมและปล่อยให้เรซิ่นเริ่มเซตตัวจนมีลักษณะคล้ายเจลหนืด คุณจึงค่อยๆ ดึงไม้เสียบออกอย่างระมัดระวัง ช่องว่างเล็กๆ ที่เหลือจากการดึงไม้สามารถเติมเรซิ่นลงไปปิดท้ายในขั้นตอนเก็บงานได้อย่างง่ายดาย

เทคนิคการเทเรซิ่นรอบแกนโฟมเพื่อประหยัดวัสดุ

การประหยัดต้นทุนคือกำไรสูงสุดของการใช้เทคนิคนี้ แต่การจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องอาศัยการคำนวณและการเทอย่างมีจังหวะจะโคน ก่อนผสมเรซิ่นคุณควรคำนวณปริมาตรที่ต้องใช้จริงเพื่อป้องกันการผสมเหลือทิ้ง โดยสูตรคำนวณง่ายๆ คือการหาปริมาตรทั้งหมดของแม่พิมพ์ แล้วหักลบด้วยปริมาตรของโฟมบอลที่คุณใช้ (ปริมาตรทรงกลมคำนวณจากสูตร 4/3 คูณด้วยพาย และคูณด้วยรัศมียกกำลังสาม) การคำนวณล่วงหน้านี้จะช่วยให้คุณประหยัดปริมาณเรซิ่นไปได้ตั้งแต่ 30% ไปจนถึงมากกว่า 70% ขึ้นอยู่กับขนาดของแกนโฟมที่เลือกใช้

เมื่อได้ปริมาณเรซิ่นที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนการเทถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่และใช้โฟมบอลเป็นแกนกลางไม่ควรเทเรซิ่นลงไปจนเต็มแม่พิมพ์ในครั้งเดียว เนื่องจากปฏิกิริยาการแข็งตัวของเรซิ่นเป็นปฏิกิริยาคายความร้อน (Exothermic reaction) ยิ่งปริมาตรเรซิ่นหนาแน่นมากเท่าใด ความร้อนสะสมก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ความร้อนที่สูงเกินไปนี้สามารถทะลุผ่านชั้นกาวที่เคลือบไว้และทำให้โฟมบอลด้านในละลายหรือยุบตัว ส่งผลให้โครงสร้างภายในเสียหายและผิวงานภายนอกบิดเบี้ยวผิดรูป

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดคือการเทเรซิ่นเป็นชั้นๆ (Layering) โดยแบ่งเททีละชั้นที่มีความหนาประมาณ 1 ถึง 2 เซนติเมตร (หรือตามที่ผู้ผลิตเรซิ่นยี่ห้อนั้นๆ แนะนำสำหรับความหนาสูงสุดในการเทแต่ละครั้ง) ปล่อยให้เรซิ่นชั้นแรกคลายความร้อนและเริ่มจับตัวเป็นวุ้นก่อน จึงค่อยเทชั้นถัดไปทับลงไป การทำเช่นนี้จะช่วยกระจายความร้อนไม่ให้สะสมจนสูงเกินไป ช่วยปกป้องแกนโฟมบอลด้านในให้คงรูปทรงกลมที่สวยงามเอาไว้ได้ตลอดกระบวนการทำงาน

ในขณะที่เทเรซิ่นแต่ละชั้น ให้ใช้ไม้กวนซิลิโคนหรือไม้จิ้มฟันค่อยๆ ไล่ฟองอากาศที่อาจเกาะอยู่ตามซอกมุมของผิวโฟมบอลออกไป ฟองอากาศเหล่านี้มักจะชอบเกาะอยู่บริเวณใต้ท้องทรงกลมเนื่องจากทิศทางการไหลของเรซิ่น การเอียงแม่พิมพ์ไปมาเล็กน้อยหรือการใช้เครื่องสั่นสะเทือนเบาๆ จะช่วยกระตุ้นให้ฟองอากาศลอยขึ้นสู่ผิวด้านบนได้ง่ายขึ้น จากนั้นจึงใช้ไฟแช็กพ่นไฟหรือปืนเป่าลมร้อนผ่านผิวหน้าเรซิ่นอย่างรวดเร็วเพื่อกำจัดฟองอากาศที่ลอยขึ้นมา โดยหลีกเลี่ยงการจ่อความร้อนใกล้กับตัวโฟมบอลโดยตรง

การถอดพิมพ์และการขัดผิวงานให้เรียบเนียน

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการเทเรซิ่นรอบโฟมบอล (styrofoam balls) แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการอดทนรอคอย ระยะเวลาการบ่มตัว (Curing time) ของอีพ็อกซี่เรซิ่นมักจะใช้เวลาประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสเปกของผลิตภัณฑ์และสภาพอากาศ ในประเทศไทยที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงในบางฤดูกาล อาจส่งผลให้เรซิ่นใช้เวลาเซตตัวนานขึ้นเล็กน้อย ควรวางชิ้นงานไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิคงที่ ปราศจากฝุ่นละออง และไม่ควรขยับเขยื้อนชิ้นงานจนกว่าจะครบกำหนดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยนิ้วมือหรือการเสียรูปทรงบนผิวงานที่ยังนิ่มอยู่

เมื่อมั่นใจว่าเรซิ่นแข็งตัวเต็มที่แล้ว ให้ค่อยๆ ลอกแม่พิมพ์ซิลิโคนออกจากชิ้นงาน หากพบว่าขอบพิมพ์ติดแน่น สามารถใช้น้ำสบู่อ่อนๆ ชโลมรอบๆ ขอบเพื่อช่วยหล่อลื่นและลดแรงเสียดทาน ทำให้สามารถถอดชิ้นงานทรงกลมออกมาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ทำให้แม่พิมพ์ฉีกขาด หลังจากถอดพิมพ์ออกมาแล้ว คุณอาจพบรอยขรุขระ รอยต่อของแม่พิมพ์ หรือเศษเรซิ่นส่วนเกิน (Flash) บริเวณปากช่องเท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตัดแต่งและขัดผิวให้เรียบเนียน

การขัดผิวเรซิ่นควรเริ่มต้นด้วยเทคนิคการขัดเปียก (Wet sanding) เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเรซิ่นฟุ้งกระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ และช่วยลดความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีซึ่งอาจทำให้เรซิ่นละลายติดกระดาษทราย ให้เตรียมน้ำสะอาดใส่ภาชนะ นำกระดาษทรายน้ำเบอร์หยาบ เช่น เบอร์ 400 มาขัดแต่งรูปทรงและลบรอยต่อขนาดใหญ่ก่อน จากนั้นค่อยๆ ไล่ระดับความละเอียดไปยังเบอร์ 600, 800, 1000, 1500 และสิ้นสุดที่เบอร์ 2000 หรือ 3000 เพื่อลบรอยขีดข่วนจากขั้นตอนก่อนหน้าให้หมดสิ้น

ขั้นตอนสุดท้ายคือการคืนความใสกระจ่างให้แก่ชิ้นงานด้วยการขัดเงา (Polishing) หลังจากขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์ละเอียดที่สุดแล้ว ผิวงานจะมีลักษณะขุ่นมัวเล็กน้อย ให้ใช้น้ำยาขัดเงาสำหรับพลาสติกหรือเรซิ่นโดยเฉพาะ บีบลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดแล้วขัดถูเป็นวงกลมด้วยแรงสม่ำเสมอ หรือใช้เครื่องขัดหัวฟองน้ำขนาดเล็กช่วยทุ่นแรง ผิวเรซิ่นจะค่อยๆ เปลี่ยนจากความขุ่นมัวกลับมาใสสะอาด สะท้อนแสงเงางามราวกับแก้วเจียระไน เผยให้เห็นแกนกลางที่จัดวางตำแหน่งไว้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่ภายใน

ข้อควรระวังและการแก้ปัญหาที่พบบ่อย

แม้จะมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี แต่การทำงานฝีมือมักมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดเฉพาะหน้าได้เสมอ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ “โฟมบอลลอยตัวหรือเบี้ยวออกจากตำแหน่ง” หากคุณพบปัญหานี้ในขณะที่เรซิ่นยังไม่เซตตัวเต็มที่ ให้ใช้ไม้พายซิลิโคนสะอาดค่อยๆ กดโฟมกลับเข้าที่และหาตัวช่วยยึดโยงชั่วคราว แต่หากเรซิ่นเริ่มแข็งตัวแล้ว ห้ามพยายามขยับโฟมเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดรอยร้าวภายในเนื้อเรซิ่น ในกรณีนี้อาจต้องปล่อยให้ชิ้นงานเซตตัวจนเสร็จ แล้วใช้วิธีเจียรแต่งส่วนที่เบี้ยวออกก่อนจะเทเรซิ่นเคลือบผิวใหม่อีกครั้ง

ปัญหาถัดมาคือ “ผิวเรซิ่นยุบตัวเป็นหลุมหรือมีโพรงอากาศขนาดใหญ่ใกล้ผิวโฟม” ซึ่งมักเกิดจากรอยรั่วของการเคลือบปิดผิวโฟมบอล ทำให้อากาศภายในดันตัวออกมาสะสมอยู่ใต้ชั้นเรซิ่น วิธีแก้ไขคือการใช้สว่านมือขนาดเล็กเจาะเปิดช่องโพรงอากาศนั้นเบาๆ เพื่อระบายฝุ่นและเศษวัสดุออก ทำความสะอาดพื้นผิวให้หมดจด จากนั้นผสมเรซิ่นปริมาณเล็กน้อยแล้วใช้หลอดหยดหยอดเติมลงไปในช่องว่างให้เต็มล้นเล็กน้อย ปล่อยให้เซตตัวแล้วจึงขัดแต่งผิวด้วยกระดาษทรายและขัดเงาตามขั้นตอนปกติเพื่อคืนความเนียนเรียบ

สุดท้ายคือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอย่าง “โฟมละลายตัวอยู่ภายในชิ้นงาน” ซึ่งสังเกตได้จากเนื้อเรซิ่นเริ่มขุ่นมัว มีฟองแก๊สขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และรูปทรงของโฟมบอลบิดเบี้ยวหายไป ปัญหานี้มีสาเหตุหลักมาจากการใช้เรซิ่นผิดประเภทที่มีตัวทำละลายทำปฏิกิริยากับโพลีสไตรีน หรือเกิดจากความร้อนสะสมที่สูงเกินไปจากการเทเรซิ่นหนาเกินไปในรอบเดียว หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ชิ้นงานจะไม่สามารถแก้ไขได้และต้องทิ้งไปอย่างปลอดภัยตามข้อกำหนดการกำจัดขยะสารเคมีในท้องถิ่น เพื่อป้องกันความเสียหายในครั้งต่อไป ควรยึดหลักการเลือกใช้อีพ็อกซี่เรซิ่นคุณภาพดี เคลือบผิวโฟมบอลให้หนาและแห้งสนิท และแบ่งเทเป็นชั้นบางๆ เสมอ

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์