เครื่องเขียน คู่มือที่ใช้ได้จริง
เครื่องมือออกแบบกราฟิก

คู่มือสร้างอินโฟกราฟิกด้วย Piktochart จากเทมเพลตสำหรับมือใหม่

คู่มือสอนวิธีใช้พิคโทชาร์ตสำหรับมือใหม่ เรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมข้อมูล เลือกเทมเพลตที่ใช่ และปรับแต่งเลย์เอาต์อินโฟกราฟิกให้สวยงามเป็นมืออาชีพได้ง่าย ๆ

เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google

การเปลี่ยนข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นภาพที่เข้าใจง่ายหรืออินโฟกราฟิก ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแม้คุณจะไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบกราฟิกเลยก็ตาม เครื่องมือออกแบบออนไลน์ในปัจจุบันได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลงอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้งานเทมเพลตสำเร็จรูปที่เป็นเสมือนโครงสร้างพื้นฐานให้คุณสามารถนำข้อมูลมาจัดวางและปรับแต่งได้ทันที การเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาและลดความกดดันในการจัดวางองค์ประกอบจากหน้ากระดาษเปล่าได้อย่างดีเยี่ยม

หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายสำหรับผู้เริ่มต้นคือ Piktochart ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสารเชิงภาพโดยเฉพาะ ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจวิธีใช้พิคโทชาร์ต ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมตัว การเลือกเทมเพลตที่เหมาะสม การปรับแต่งเลย์เอาต์ ไปจนถึงการส่งออกไฟล์งานเพื่อนำไปใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามและสื่อสารได้อย่างตรงจุด

เตรียมข้อมูลและโครงสร้างก่อนเปิดโปรแกรม

ก่อนที่คุณจะลงมือเปิดโปรแกรมและเลือกเทมเพลต ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมเนื้อหาให้พร้อม การพยายามออกแบบไปพร้อมกับการคิดเนื้อหา มักจะทำให้งานล่าช้าและส่งผลให้เลย์เอาต์ของอินโฟกราฟิกดูไม่สมดุล ดังนั้น คุณควรเริ่มต้นด้วยการสรุปใจความสำคัญของข้อมูลทั้งหมดที่มี แล้วแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างแบบบล็อกของเทมเพลตในระบบ การจัดระเบียบข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมว่าต้องใช้พื้นที่มากน้อยเพียงใดในแต่ละส่วน

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีข้อมูลสถิติห้าข้อ แทนที่จะเขียนรวมกันเป็นย่อหน้ายาว ๆ ให้แยกออกเป็นห้าส่วนย่อย โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยหัวข้อสั้น ๆ ตัวเลขขนาดใหญ่เพื่อดึงดูดสายตา และคำอธิบายสั้น ๆ ไม่เกินสองบรรทัด การแบ่งข้อมูลในลักษณะนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกเทมเพลตที่มีการจัดวางบล็อกข้อมูลที่ตรงกับจำนวนข้อที่คุณมีได้อย่างแม่นยำ และช่วยลดเวลาในการปรับแก้โครงสร้างหลักในภายหลัง

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายและโทนการนำเสนอเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม หากกลุ่มเป้าหมายของคุณคือผู้บริหารหรือองค์กรธุรกิจ โทนสีและรูปแบบอักษรควรเน้นความน่าเชื่อถือ เรียบง่าย และเป็นทางการ แต่หากกลุ่มเป้าหมายคือบุคคลทั่วไปหรือนักเรียน นักศึกษา คุณสามารถเลือกใช้สีสันที่สดใสและไอคอนที่มีความสนุกสนานมากขึ้นเพื่อดึงดูดความสนใจ การกำหนดทิศทางนี้ตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณเลือกองค์ประกอบศิลป์ได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

การเลือกโทนสีที่เหมาะสมกับเนื้อหาก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ตัวอย่างเช่น หากอินโฟกราฟิกของคุณเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมหรือธรรมชาติ การเลือกใช้โทนสีเขียวและสีน้ำตาลจะช่วยสื่ออารมณ์ได้ดีที่สุด หากเป็นข้อมูลทางธุรกิจหรือเทคโนโลยี โทนสีน้ำเงินและสีเทาจะช่วยสร้างความรู้สึกน่าเชื่อถือและทันสมัย การกำหนดจานสีหลักไว้ล่วงหน้าประมาณสามถึงสี่สีจะช่วยป้องกันไม่ให้งานออกแบบของคุณดูสะเปะสะปะและขาดทิศทาง

นอกจากนี้ การเตรียมไฟล์ภาพประกอบ โลโก้ของหน่วยงาน หรือไอคอนเฉพาะทางที่จำเป็นต้องใช้ล่วงหน้า จะช่วยให้กระบวนการทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด คุณควรจัดเก็บไฟล์เหล่านี้ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันบนคอมพิวเตอร์ โดยเลือกใช้ไฟล์ที่มีความละเอียดชัดเจนและไม่มีพื้นหลังที่บดบังองค์ประกอบอื่น เพื่อความสะดวกในการอัปโหลดเข้าสู่ระบบในขั้นตอนถัดไป การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดความสับสนและทำให้คุณมีสมาธิกับการจัดวางความสวยงามได้อย่างเต็มที่

วิธีเลือกเทมเพลตใน Piktochart ให้ตรงกับวัตถุประสงค์

เมื่อเข้าสู่ระบบของ Piktochart แล้ว คุณจะพบกับคลังเทมเพลตจำนวนมากที่ออกแบบโดยมืออาชีพ สิ่งสำคัญคือการใช้ตัวกรองเพื่อค้นหาเทมเพลตที่ตรงกับโครงสร้างข้อมูลของคุณมากที่สุด ระบบมีตัวเลือกการกรองตามประเภทการนำเสนอ เช่น ไทม์ไลน์สำหรับการเล่าเรื่องราวตามลำดับเวลา การเปรียบเทียบสำหรับข้อมูลที่ต้องการแสดงความต่างสองฝั่ง หรือกระบวนการสำหรับอธิบายขั้นตอนการทำงานทีละขั้น การเลือกประเภทที่ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดเวลาในการปรับแก้โครงสร้างหลักลงได้

การพิจารณาสัดส่วนและขนาดของเทมเพลตก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำไปใช้งานจริง คุณต้องประเมินว่าอินโฟกราฟิกนี้จะถูกเผยแพร่ผ่านช่องทางใด หากต้องการนำไปโพสต์บนโซเชียลมีเดีย เทมเพลตแนวตั้งที่มีความยาวพอเหมาะจะช่วยให้ผู้ใช้งานเลื่อนอ่านได้ง่าย แต่หากต้องการนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษหรือใส่ในรายงาน PDF คุณควรเลือกเทมเพลตที่มีขนาดมาตรฐานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับการจัดหน้ากระดาษ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพสไลด์หรือตัวอักษรผิดเพี้ยนเมื่อนำไปใช้งานจริง

นอกจากนี้ การใช้แถบค้นหาในระบบด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของคุณ เช่น “รายงาน” “โปสเตอร์” หรือ “การศึกษา” จะช่วยให้ระบบคัดเลือกเทมเพลตที่มีการจัดวางโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับความต้องการของคุณมากที่สุด คุณไม่จำเป็นต้องมองหาเทมเพลตที่มีสีสันหรือรูปภาพตรงกับใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะองค์ประกอบเหล่านั้นสามารถปรับเปลี่ยนได้ในภายหลัง สิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือโครงสร้างการจัดวางบล็อกข้อมูลและทิศทางการเล่าเรื่องจากบนลงล่าง

สุดท้ายคือการประเมินพื้นที่ว่างภายในเทมเพลต คุณควรสังเกตว่าเทมเพลตที่เลือกมีพื้นที่พอสำหรับข้อความที่คุณเตรียมไว้หรือไม่ เทมเพลตที่ดีไม่ควรดูหนาแน่นจนเกินไป และควรมีสัดส่วนระหว่างข้อความกับรูปภาพที่สมดุล หากคุณมีข้อความปริมาณมาก ควรเลือกเทมเพลตที่เน้นการจัดวางตัวอักษรเป็นหลัก แทนที่จะเลือกเทมเพลตที่เน้นกราฟิกขนาดใหญ่ซึ่งอาจทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับข้อมูลสำคัญ การเลือกเทมเพลตที่พอดีกับปริมาณข้อมูลจะช่วยให้งานออกแบบของคุณดูโปร่งสบายตาและน่าอ่านยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการปรับแต่งเลย์เอาต์และแทนที่เนื้อหา

หลังจากเลือกเทมเพลตที่ต้องการได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับแต่งเพื่อเปลี่ยนเทมเพลตเริ่มต้นให้กลายเป็นผลงานของคุณเอง เริ่มต้นจากการแก้ไขข้อความโดยการดับเบิลคลิกที่กล่องข้อความเดิมแล้วพิมพ์ข้อมูลของคุณลงไป คุณสามารถปรับขนาดฟอนต์และเลือกรูปแบบตัวอักษรให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์หรือองค์กรของคุณ โดยระบบมีฟอนต์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยนขนาด สี และความหนาของตัวอักษรได้จากแถบเครื่องมือด้านบน

สำหรับการจัดการรูปภาพ คุณสามารถอัปโหลดไฟล์ภาพที่เตรียมไว้ล่วงหน้าขึ้นสู่ระบบได้อย่างง่ายดายผ่านเมนู Uploads จากนั้นเพียงแค่ลากและวางภาพเหล่านั้นลงในตำแหน่งที่ต้องการแทนที่ภาพเดิมในเทมเพลต นอกจากนี้ Piktochart ยังมีคลังภาพถ่ายและไอคอนสำเร็จรูปภายในระบบที่คุณสามารถค้นหาและนำมาใช้งานได้ฟรี ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจและทำให้สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาหาจากแหล่งภายนอก

การปรับสีพื้นหลังและสีขององค์ประกอบต่าง ๆ เป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างธีมสีที่สอดคล้องกัน คุณสามารถเลือกใช้จานสีสำเร็จรูปที่ระบบแนะนำ หรือกำหนดค่าสีเฉพาะตามคู่มือแบรนด์ของคุณเอง การเปลี่ยนสีพื้นหลังควรคำนึงถึงความต่างระดับสีระหว่างตัวอักษรและพื้นหลัง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้อ่านจะสามารถอ่านข้อความได้อย่างชัดเจนและไม่เกิดอาการล้าสายตา โดยหลีกเลี่ยงการใช้สีที่ใกล้เคียงกันมากเกินไประหว่างตัวอักษรและพื้นหลัง

อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมากคือฟังก์ชัน Color Schemes ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนโทนสีของเทมเพลตทั้งหมดได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ระบบจะจับคู่สีที่เข้ากันอย่างลงตัวมาให้เลือกใช้ ช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนสีของแต่ละองค์ประกอบทีละชิ้น ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีมากสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีความมั่นใจในการจับคู่สีด้วยตนเอง

จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Piktochart คือการทำงานในรูปแบบบล็อก ซึ่งช่วยให้คุณสามารถเพิ่ม ลบ หรือคัดลอกบล็อกเนื้อหาได้อย่างอิสระ หากข้อมูลของคุณมีความยาวมากกว่าเทมเพลตเริ่มต้น คุณสามารถกดเพิ่มบล็อกใหม่ด้านล่าง หรือหากข้อมูลสั้นกว่าก็สามารถลบบล็อกที่ไม่จำเป็นออกได้ทันที ระบบจะปรับขนาดความยาวของหน้ากระดาษให้อัตโนมัติโดยไม่ทำให้สัดส่วนขององค์ประกอบอื่นเสียไป ช่วยให้คุณจัดการเนื้อหาที่มีความยาวแตกต่างกันได้อย่างยืดหยุ่น

เทคนิคการจัดวางองค์ประกอบให้อ่านง่ายและดูเป็นมืออาชีพ

การสร้างอินโฟกราฟิกที่สวยงามไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสวยงามของกราฟิกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการจัดระเบียบสายตาเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้ง่ายที่สุด เทคนิคแรกคือการใช้เส้นไกด์และเครื่องมือจัดตำแหน่งอัตโนมัติในระบบ เพื่อช่วยให้กล่องข้อความ ไอคอน และรูปภาพต่าง ๆ เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ การจัดวางองค์ประกอบให้ตรงแนวกันจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและทำให้งานดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยคุณสามารถเปิดใช้งานเส้นตารางเพื่อช่วยในการกะระยะได้อย่างแม่นยำ

การสร้างลำดับชั้นทางภาพเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการออกแบบ คุณควรทำให้ผู้อ่านรู้ว่าควรเริ่มอ่านจากจุดใดก่อน โดยการใช้ขนาดและน้ำหนักของตัวอักษรที่แตกต่างกัน หัวข้อหลักควรมีขนาดใหญ่และหนาที่สุด หัวข้อย่อยมีขนาดรองลงมา และรายละเอียดทั่วไปใช้ขนาดเล็กที่สุด การใช้สีที่เด่นชัดเฉพาะจุดสำคัญยังช่วยดึงดูดสายตาไปยังข้อมูลที่ต้องการเน้นย้ำได้เป็นอย่างดี เช่น การใช้สีแดงหรือสีส้มกับตัวเลขสถิติที่สำคัญท่ามกลางข้อความสีเข้มทั่วไป

การจับคู่ฟอนต์หรือรูปแบบตัวอักษรก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ คุณควรเลือกใช้ฟอนต์ไม่เกินสองรูปแบบในหนึ่งผลงาน โดยใช้ฟอนต์รูปแบบแรกที่มีความโดดเด่นและมีหัวข้อชัดเจนสำหรับหัวข้อใหญ่ และใช้ฟอนต์รูปแบบที่สองที่มีความเรียบง่าย อ่านง่าย ไม่มีหัวหรือมีหัวขนาดเล็กสำหรับเนื้อหาหลัก การจำกัดจำนวนรูปแบบฟอนต์จะช่วยให้งานออกแบบดูสะอาดตาและไม่รบกวนสายตาของผู้อ่านจนเกินไป

นอกจากนี้ การเว้นพื้นที่ว่างรอบ ๆ องค์ประกอบต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หลีกเลี่ยงการอัดข้อมูลหรือกราฟิกจนเต็มพื้นที่โดยไม่มีช่องว่าง เพราะจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกอึดอัดและจับใจความสำคัญได้ยาก การปล่อยให้มีพื้นที่ว่างสีขาวหรือพื้นที่ว่างของพื้นหลังจะช่วยให้สายตาของผู้อ่านได้พัก และทำให้การส่งสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การจัดวางที่ดีควรปล่อยให้มีพื้นที่หายใจสำหรับสายตาอย่างน้อยร้อยละยี่สิบถึงสามสิบของพื้นที่ทั้งหมด

การตรวจสอบความถูกต้องและการส่งออกไฟล์

ก่อนที่คุณจะกดส่งออกไฟล์งานเพื่อนำไปใช้งานจริง ขั้นตอนสุดท้ายที่ละเลยไม่ได้คือการตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียด คุณควรไล่อ่านตัวสะกดทุกคำเพื่อป้องกันความผิดพลาด ตรวจเช็กความถูกต้องของตัวเลข สถิติ และข้อมูลสำคัญต่าง ๆ รวมถึงการใส่เครดิตแหล่งที่มาของข้อมูลไว้ที่ส่วนท้ายของอินโฟกราฟิก เพื่อแสดงถึงความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ การใช้ปุ่ม Preview (แสดงตัวอย่าง) เพื่อตรวจดูผลงานในมุมมองของผู้อ่านจริงจะช่วยให้คุณเห็นข้อบกพร่องที่อาจมองข้ามไปในขณะแก้ไข

เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกรูปแบบไฟล์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน หากคุณต้องการนำอินโฟกราฟิกไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือส่งผ่านช่องทางออนไลน์ทั่วไป การส่งออกเป็นไฟล์ PNG จะให้คุณภาพความคมชัดของตัวอักษรและสีสันที่ดีเยี่ยม แต่หากเป้าหมายคือการนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษหรือส่งเป็นเอกสารประกอบการประชุม การเลือกส่งออกเป็นไฟล์ PDF จะเหมาะสมกว่าเนื่องจากคงสัดส่วนและคุณภาพงานพิมพ์ได้ดี

สุดท้ายคือการตรวจสอบความละเอียดและขนาดของไฟล์ก่อนดาวน์โหลด หากระบบอนุญาตให้เลือกความละเอียด คุณควรเลือกความละเอียดระดับปานกลางถึงสูงเพื่อให้ภาพไม่แตกเมื่อนำไปขยายดู อย่างไรก็ตาม ควรระวังไม่ให้ขนาดไฟล์ใหญ่เกินไปจนสร้างความลำบากในการดาวน์โหลดหรืออัปโหลดลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ การรักษาสมดุลระหว่างความคมชัดและขนาดไฟล์ที่เหมาะสมจะช่วยให้การส่งต่อผลงานของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้ Piktochart (FAQ)

Piktochart เวอร์ชันฟรีมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

การใช้งานบัญชีฟรีของ Piktochart จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น จำนวนเทมเพลตที่เปิดให้ใช้งานอาจมีจำกัด พื้นที่จัดเก็บไฟล์อัปโหลดมีโควตาที่จำกัด และเมื่อส่งออกไฟล์ภาพหรือเอกสาร ผลงานที่ได้จะมีลายน้ำของแบรนด์ปรากฏอยู่บริเวณด้านล่าง นอกจากนี้ รูปแบบไฟล์ในการดาวน์โหลดอาจถูกจำกัดเฉพาะบางประเภท เช่น ไฟล์ภาพความละเอียดมาตรฐาน หากต้องการฟังก์ชันขั้นสูง เช่น การดาวน์โหลดไฟล์ PDF คุณภาพสูง หรือการลบลายน้ำ จำเป็นต้องพิจารณาปรับปรุงบัญชีเป็นเวอร์ชันที่สูงขึ้นตามเงื่อนไขของระบบ

สามารถนำเข้าไฟล์จากแพลตฟอร์มอื่นมาแก้ไขใน Piktochart ได้หรือไม่

คุณไม่สามารถนำเข้าไฟล์ออกแบบที่แก้ไขได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มอื่น เช่น ไฟล์นำเสนอสไลด์หรือไฟล์จากโปรแกรมออกแบบอื่น ๆ เข้ามาแก้ไขเป็นเลเยอร์ใน Piktochart ได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม คุณสามารถนำเข้าไฟล์ภาพมาตรฐาน เช่น PNG หรือ JPG รวมถึงไฟล์กราฟิกเวกเตอร์ในรูปแบบ SVG เพื่อนำมาจัดวางและประกอบเข้ากับเทมเพลตของ Piktochart ได้ หากต้องการย้ายข้อมูลข้ามแพลตฟอร์ม วิธีที่ดีที่สุดคือการคัดลอกข้อความและเตรียมไฟล์ภาพแยกต่างหาก แล้วนำมาจัดวางใหม่ในระบบ

พูดคุยกับชุมชน

แบ่งปันประสบการณ์หรือถามคำถาม ความคิดเห็นจะได้รับการตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ร่วมการสนทนา

จำเป็นต้องระบุชื่อและอีเมล อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ และไม่อนุญาตให้ใส่ลิงก์